ชาวบ้านตาพระยาร้องสื่อ แก้ปัญหาที่ดินทับซ้อนไม่คืบร้องผู้ว่าสระแก้วและยุติธรรม ยันทำกินมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่าไม่จริงตามป่าไม้อ้างว่าบุกรุกป่า
*****วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่นายสุวิทย์ มากทอง อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 199 หมู 1 ต.ทัพไทย อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว เข้าร้องเรียนผ่านสมาคมนักข่าวนักสื่อมวลชนจังหวัดสระแก้ว เรื่องที่ดินทำกินข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนขอที่ดินคืน เคยร้องเรียนผ่าน นายอัมพร ขันวิชัย ประธานศูนย์ๆ ข้อมูลในเชิงลึก ซึ่งระบุว่าเป็นชุมชนใหญ่มีที่ผู้อยู่อาศัยที่ดินทำกินหลังรัฐบาลออกเอกสารสิทธิ์ ถือครองเป็นใบ สค.6 ใบ ภบท.5 เสียภาษีทุกปีในขณะนั้น จนถึงปัจจุบันนี้ พื้นที่ดินของหมู่บ้านไม่มีป่าแล้ว มีแต่พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านประกอบอาชีพทำการเกษตรกรรมปลูกมันสำประหลัง ปลูกข้าว ปลูกลำไย ทำสวนผสม ในเนื้อที่ 16 ไร่ ได้ทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณดังกล่าว

มีแต่ป่าไม้มาทับซ้อนที่ดินทำกินของชาวบ้าน ถือว่าละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย คุมพื้นที่บ้านทัพไทย และบ้านทับทิมสยาม 03 กรณีบ้าน 03 ผู้ใหญ่บ้านนำที่ดินที่มีเจ้าของอยู่แล้วนำไปเป็นป่าชุมชนทำให้ไปทับที่ทำกินที่มีเจ้าของเดิมอยู่ และปลูกป่าทับซ้อนรวมถึง ประกาศ ชุมชนป่าไม้ ประกาศที่สาธารณะประโยชน์ทับซ้อนที่ทำกินของชาวบ้านดังกล่าวขอให้ผู้มีอำนาจช่วยแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านตาดำๆที่ไม่มีทางสู้กับภาครัฐด้วย

*****ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 10.30 น.ของวันนี้ นายสุวิทย์ มากทอง ผู้ร้องขอความเป็นธรรมที่ถูกป่าไปไม้แจ้งจับกล่าวหาว่าบุกรุกป่า จึงขอความเป็นธรรมมายังผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วแต่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสระแก้วแนะนำให้ไปขอความเป็นธรรมต่อยุติธรรมจังหวัดสระแก้วได้รับเรื่องเพื่อดำเนินการต่อ

*****จากนั้นนายสุวิทย์ มากทอง ผู้ร้องขอความเป็นธรรมไปที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดสระแก้วได้มี ร.ต.อ.สมชาติ สิงห์สุวรรณ ทนายที่ปรึกษาได้ออกมารับเรื่อง ไว้พิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหากรณีตรวจสอบการประกาศเขตป่าชุมชนบ้านทับทิมสยาม 03 ทับที่ดินทำกินของราษฎรอีก 10 รายทำให้ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้ ชาวบ้านได้ร้องเรียนขอความเป็นธรรมมานานกว่า 16 ปี ดังนั้น ชาวบ้านทัพไทย หมู่ 1 บ้านทับทิมสยาม 03 ,หมู่ 9 มีรายชื่อและภาพถ่าย ประกอบเป็นข้อมูล เพื่อขอคืนที่ดินทำกินที่อยู่อาศัยให้ชาวบ้านทุกรายที่ขอไว้ โดยนำ มติ ครม. เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2541 เพื่อแก้ไขปัญหา ที่ดินให้เกษตรกรดังกล่าว

*****นายสุวิทย์ มากทอง อายุ 59 ปี กล่าวด้วยความน้อยใจว่า ตนได้ทำการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมาไม่มีผู้ใดมาคัดค้านเริ่มต้นทำการเกษตร ได้ปลูกข้าวโพด ต่อมาได้ปลูกมันสำประหลังเรื่อยมาตั้งแต่ พ.ศ. 2536 เป็นต้นมาไม่เคยปล่อยให้เป็นที่รกร่างในพื้นที่การเกษตร ต่อมาได้ปลูกลำไยในพื้นที่ ปลูกกล้วย ปลูกขนุน มีกาแฟเอกสารสิทธิ์ครอบครอง ภ.บ.ท.6 ได้เสนอขอออกใบเสียภาษี ดอกหญ้า ให้กับรัฐ ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เข้ามาปักป้ายเป็นป่าชมชนในที่ดินทำกินของตน ผู้นำได้แอบอ่างว่าเป็นที่ของโครงการ ผู้ดูแลเอาป้ายป่าเป็นป่าชมชนมาปัก ในปี 2560 ตนได้ทำเกษตรมาถึง28 ปีแล้ว


ซึ่งกรณีดังกล่าวพื้นที่ดินทำกินข้างเคียงที่ของตนพึ่งมีผู้เข้ามาทำกินได้ยังไม่ถึง 2 ปี ทำไหมไม่มีความผิดเป็นการเลือกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบหรือไม่ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่ดินของอำเภอตาพระยามีการทับช้อนกันเป็นจำนวนมาก ปลัดกระทรวงมอบหมายกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยมีผู้เดือดร้อนในอำเภอตาพระยา จ.สระแก้ว และเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไข ขอที่ดินทำกินคืน ขอค่าชดเยียวยาทดแทน การนำที่ดิน ประกาศเขตสาธารณะประโยชน์ทับช้อนที่ทำกินของประชาชนดังกล่าวด้วย
***ภาพ/ข่าว สมศักดิ์ สารการ /บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน